ประวัติเมืองหล่มสัก

ประวัติเมืองหล่มสัก

“เมืองหล่ม” หรือ อำเภอหล่มเก่าและอำเภอหล่มสัก ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดเพชรบูรณ์
เป็นบริเวณราบลุ่มที่มีเทือกเขาล้อมขนาบทั้งสามด้าน ได้แก่ด้านทิศเหนือ ด้านทิศตะวัน
ออกและทิศตะวันตก เป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชพันธุ์ธัญญาหาร
ชื่อเมืองหล่ม แต่เดิมนั้น เรียกว่า “เมืองลุ่ม” คำว่า “ลุ่ม” ถ้าออกเสียงตามสำเนียง
พื้นถิ่นจะต้องออกเสียงว่า “ลุ๊ม” ในภาษาพื้นเมืองหล่มสักและภาษาพื้นเมืองภาคเหนือ
รวมถึงประเทศลาว หมายถึง “ข้างล่าง” เช่นมีคำที่ชาวหล่มสักใช้เรียกบริเวณใต้ถุนเรือนว่า
“ใต้ลุ๊มใต้ล่าง” ในภาษาเหนือเรียก “ใต้ลุ่ม” ซึ่งก็หมายถึง “ข้างล่าง” นั่นเอง แต่ถ้า
แปลความหมายตามภาษาไทยกลางก็ หมายถึง บริเวณที่ลุ่มต่ำมีลักษณะเป็นแอ่ง
หรือบริเวณที่ราบลุ่มซึ่งก็ตรงกับลักษณะของพื้นที่ตั้งของอำเภอหล่มสักและหล่มเก่า
เพราะตั้งอยู่ระหว่างอ้อมกอดของภูเขามีลักษณะเป็นแอ่งกระทะ ชื่อของเมืองลุ่มมี
ปรากฏอยู่ในตำนานหรือนิทานหลายเรื่อง เช่น เรื่อง ท้าวคัชนามหรือท้าวคันธนาม
ซึ่งได้กล่าวพ่วงท้ายก่อนจะจบเรื่องด้วยบางสำนวน เล่าว่า“ท้านคัชเนก และ ท้าวคัชจันทร์
ซึ่งเป็นบุตรของท้าวคัชนามเป็นผู้มีอิทธิฤทธิ์มาก ทั้งสองวิวาทกันทำศึกจนสะเทือนไป
ทั้งโลกและจักรวาล เดือดร้อนไปถึงหมู่เทพเทวา เทวดาทั้งหลายจึงไปเฝ้าพญาแถน
ให้มาห้ามทัพ พญาแถนเล็งเห็นว่าท้าวคัชเนกนั้นสิ้นบุญมีชะตาขาดแล้ว จึงได้บันดาล
ลมมีดแถ(มีดโกน) ไปยังกองทัพของทั้งสองพี่น้อง และลมมีดแถนั้นก็ฟันถูกท้าวคัชเนก
สิ้นชีวิตตกลงบนแผ่นดิน ร่างท้าวคัชเนกกลายเป็นภูเขาชื่อว่า “ภูจอมสี” เป็นภูเขาอยู่กลาง
เมืองหลวงพระบาง ศีรษะตกลงดินกลายเป็นพญานาค เลือดตกลงมาเป็นก้อนสีแดง
เรียกว่า “ภูครั่ง” ร่างอีกส่วนหนึ่งตกลงมากระทบแผ่นดินเป็นหลุมใหญ่ในหุบเขา ภายหลัง
กลายเป็นเมืองเรียกว่า “เมืองลุ่ม” ซึ่งก็ได้แก่เมืองหล่มเก่าและเมืองหล่มสักในปัจจุบัน

เรื่องเล่าดังกล่าวถึงแม้จะเป็นเพียงแค่ตำนานแต่ก็ได้ให้ความหมายลึกซึ้งใน เงื่อนไข
ของความเชื่อและนำเสนอให้เราเห็นว่า “เมืองลุ่มหรือเมืองหล่มนั้นก็มีความสัมพันธ์ใน
ทางเชื้อชาติประวัติศาสตร์ ร่วมกับผู้คนในดินแดนแคว้นถิ่นล้านช้างหลวงพระบางและ
เวียงจันทร์ด้วยกันนั่น เอง”

ความเข้าใจในประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของเมืองหล่มนั้น คนหล่มเองก็ไม่เข้าใจแจ่มแจ้ง
มากนักเพราะพัฒนาการของเมืองหล่มนั้นเกิดขึ้น จากชุมชนเล็ก ๆ ระดับหมู่บ้านแล้ว
เจริญขึ้นเป็นเมืองตามครรลองของสังคม เมืองหล่มไม่ใช่เมืองสำคัญที่รัฐจะต้องทุ่มเท
สัพพะกำลังในการก่อตั้งเมือง เหมือนเมืองสำคัญอื่น ๆ เช่นเมืองเพชรบูรณ์ ที่มีลักษณะ
เป็นเมืองที่มีคูน้ำและกำแพงเมืองชัดเจน จะสังเกตได้ว่าในบริเวณเมืองหล่มทั้งหล่มเก่า
และหล่มสักนั้น ไม่ปรากฏมีร่องรอยของคูน้ำคันดิน หรือซากกำแพงเมืองให้เห็นอยู่เลย
นอกจากบริเวณเมืองเก่านครเดิดบ้านดงเมือง อำเภอหล่มสักซึ่งเมืองดังกล่าวนี้ก็เหลือเพียง
เศษซากกำแพงเมืองและคันดินให้ เห็นพอเลือนรางแต่ก็เป็นโบราณสถานที่อยู่ภายนอก
มืองหล่มและเยื้องไปทาง เมืองเพชรบูรณ์ และโบราณสถานบ้านดงเมืองนี้อาจจะมีอายุ
เก่าแก่กว่าพัฒนาการของเมืองหล่มก็ เป็นได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าเมืองหล่ม
ไม่ใช่เมืองสำคัญมาแต่สมัย โบราณ แต่เป็นเพราะการได้เปรียบทางด้านสภาพภูมิประเทศ
มากกว่าที่เมืองหล่มได้ตั้ง อยู่ในชัยภูมิที่ดี จึงไม่ปรากฏว่าเมืองหล่มจะถูกคุกคาม
ทางด้านสงครามเลยแม้แต่น้อย ถ้าหากจะกล่าวว่าเมืองหล่มเป็นเมืองของชาวบ้านก็คง
จะไม่เสียหาย เพราะเป็นเมืองระดับชาวบ้านจริง ๆ และก็เป็นอย่างนี้มาช้านานจนถึงปัจจุบัน
เพราะการปกครองถึงจะมีระบบเจ้าขุนมูลนายเข้ามาในสมัยหลังอยู่บ้าง แต่ดั้งเดิมนั้นชาวหล่ม
ก็ปกครองกันเองโดยใช้ระบบฮีตสิบสองครองสิบสี่ตามแบบ อย่างที่ได้มาจากเวียงจันทร์
แต่ก็ไม่ปรากฏว่าเมืองหล่มนั้นผูกขาดอยู่ภายใต้อำนาจของเวียงจันทร์หรือ อยุธยากันแน่
เพราะเป็นดินแดนที่ตั้งอยู่ระหว่างชายแดน และการอพยพเคลื่อนย้ายของกลุ่มชนจากดินแดน
ล้านช้างเข้าสู่บริเวณลุ่มแม่น้ำ ป่าสักตอนบนคือบริเวณเมืองหล่มเก่าหล่มสักเป็นเหตุให้
ทั้งสองอาณาจักรได้ ตกลงแบ่งปันเขตแดนโดยมีพระธาตุศรีสองรักเป็นหลักบอกเขตดังที่
เห็นจนปัจจุบัน จะเห็นได้ว่าชาวเมืองหล่มจะต้องเลือกผู้นำขึ้นมาเองโดยการตัดสินใจของ
กลุ่มชน หรืออาจจะเลือกผู้นำที่สืบเชื้อสายมาจากผู้นำคนเดิมที่ได้รับการแต่งตั้ง ขึ้นก่อนที่
จะอพยพโยกย้ายถิ่นจากถิ่นเดิมคือดินแดนล้านช้าง เข้าสู่ดินแดนลุ่มแม่น้ำป่าสัก ซึ่งผู้นำ
หรือผู้ปกครองเมืองหล่มนั้นมีชื่อเรียกว่า “อุปฮาด” ซึ่งต่อมาภายหลังนิยมเรียกว่า“ปู่เฒ่า”
“เจ้าปู่”ซึ่งตำแหน่งอุปฮาดนั้นก็ตรงกับตำแหน่งเจ้าเมืองในการปกครองระบอบ อาชญาสี่
ของเวียงจันทร์ และหลวงพระบาง ซึ่งอยู่ในความทรงจำของประชาชนที่ยังคงมีความศรัทธา
อยู่ในระบบจารีตประเพณี ดั้งเดิมตามบรรพบุรุษผู้ที่เคยอาศัยอยู่ในราชอาณาจักรล้านช้าง
นั่นเอง ตำแหน่งทางการปกครองดังกล่าวนี้ยังมีชื่อปรากฏอยู่จนถึงปัจจุบัน ซึ่งเกี่ยวข้อง
กับผีบรรพบุรุษของชาวเมืองหล่ม ซึ่งในเทศกาลงานบุญประเพณีบุญบั้งไฟจะมีการอัญเชิญ
ดวงวิญญาณที่มีชื่อปรากฏ เกี่ยวข้องกับระบบการปกครองแบบอาชญาสี่ ได้แก่ “เจ้าปู่”
“มเหศักดิ์” “หลวงศรี” “ศรีหวงษ์” “แสน” “ท้าว” “นาง” ซึ่งชื่อที่ปรากฏดังกล่าวเกี่ยวข้อง
กับชื่อของ เทวดา ชื่อตำแหน่ง และคำนำหน้าเรียกบุคคลสำคัญต่าง ๆ ในสมัยโบราณ
โดยเฉพาะกลุ่มชนที่พูดภาษาตระกูลลาว

ร่วมสมัยกับการสร้างพระ ธาตุศรีสองรัก ในบริเวณอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย “จากการ
สำรวจของนักโบราณคดีเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมลาวล้านช้างในภาคกลางกล่าว ว่า
พระธาตุเจดีย์วัดโพนชัย ต.บ้านหวาย มีลักษณะทางสถาปัตยกรรมร่วมสมัยเดียวกันกับ
เจดีย์ศรีสองรัก” กล่าวคือ ประมาณปี พ.ศ.๒๐๙๐ สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ์แห่งกรุงศรี
อยุธยา และสมเด็จพระเจ้าชัยเชษฐาธิราชแห่งกรุงศรีสัตตนาคนหุต ล้านช้าง ได้กระทำ
สัจจไมตรีต่อกันคือได้ร่วมกันก่อสร้างพระธาตุศรีสองรัก ไว้เป็นพยานว่าจะไม่รุกรานฆ่าฟัน
กันทำสัญญาว่าจะเป็นบ้านพี่เมืองน้องกัน อาจจะเป็นไปได้ว่าพระเจ้าชัยเชษฐามีเชื้อสาย
มาจากทางราชวงศ์ล้านนาเชียงใหม่ และในสมัยเดียวกันนั้นทั้งสองนครก็ถูกทัพพม่ามาตี
อยู่เนืองนิต ฉะนั้นทั้งสองนครจึงทำไมตรีต่อกันเพื่อช่วยเหลือกันทำสงคราม และพระธาตุ
ศรีสองรักก็เปรียบเสมือนเสาหลักปักแดนระหว่างสองพระนคร ด้วยเหตุนี้ประชาชนชาวล้านช้าง
ก็อพยพมาจากนครหลวงพระบางลงมาตั้งหลักแหล่งทำ มาหากินในแถบเมืองหล่มสัก
เดิมเรียกเมืองลุ่ม สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงสันนิษฐานว่าพวกราษฎรชาว
ศรีสัตนาคนหุตได้มาพำนักอยู่ก่อนแล้ว ก่อสร้างเจดียสถานไว้สำหรับเพื่อนบ้าน เหตุที่พากัน
มาอยู่สร้างเมืองลุ่มนี้ ก็เพราะหนีภัยต่าง ๆ เมื่อมีจำนวนคนเพิ่มขึ้นก็เกิดเป็นบ้านเมือง
ในที่สุดเกิดมีผู้ปกครองแต่ไม่ได้เรียกว่าเจ้าเมือง ใช้คำพื้นเมืองเรียกว่า “อุปฮาด” ตาม
ภาษาพื้นเมืองที่ใช้กันเป็นชื่อตำแหน่งเจ้าเมืองของชาวศรีสัตนาคนหุต (ล้านช้าง)

ยุคสร้างบ้านแปงเมือง เดิม เมืองลุ่มนั้นเป็นเมือง เล็ก ๆ ไม่ค่อยที่จะมีผู้คนรู้จักสัก
เท่าใดสาเหตุที่เรียกชื่อเมืองว่า เมืองลุ่มก็คือ มีผู้คนอาศัยอยู่ในที่ราบลุ่ม หรืออีกสาเหตุหนึ่ง
คำว่าลุ่มในภาษาพื้นเมืองหล่ม ออกเสียงว่า ลุ๊ม หมายความว่า ข้างล่าง ดังที่ชาวเมือง
หลวงพระบางเรียกพวกตนว่า ลาวลุ๊ม หมายถึง เป็นกลุ่มชนที่อาศัยอยู่ข้างล่างหรือบน
พื้นราบนั่นเอง เพื่อให้แตกต่างไปจากกลุ่มชนที่อาศัยอยู่บนที่สูง ก็คือ ชนเผ่าลั๊ว ข่า ม้ง ฯลฯ
ที่ถูกเรียกว่าเป็น ลาวเทิง และลาวสูง คล้ายกับชาวภาคเหนือของไทยที่เรียกพวกตนว่า
“คนเมือง” นั่นเอง คำว่าเมืองหล่มสักพึ่งจะมาปรากฏในช่วงสมัยรัชกาลที่ ๓ คือ ในสมัยที่
ปราบกบฏเจ้าอนุวงศ์เวียงจันทร์ เจ้าอนุวงศ์ได้ส่งทัพเจ้าราชวงศ์มายึดเอาเมืองลุ่ม อุปฮาด
หรือเจ้าเมืองลุ่มมีกำลังน้อย จึงต้องยอมสวามิภักดิ์ต่อเจ้าราชวงศ์ เมื่อกองทัพของ
พระยาอภัยภูธรกับพระยาพิชัยไปถึงเมืองลุ่ม นายคงผู้เป็นชาวพื้นเมืองลุ่ม(หล่มเก่า)
อาสานำทัพของพระยาอภับภูธรกับพระยาพิชัย ขึ้นไปถึงเมืองหนองบัวลำภู แต่ก็มิได้
ทำศึกเพราะทัพของเจ้าพระยาบดินทร์เดชาปราบเรียบร้อยแล้ว ทัพไทยจับอุปฮาด
เจ้าเมืองลุ่มได้จึงสำเร็จโทษ เมื่อเสร็จสิ้นศึก นายคงชาวพื้นเมืองลุ่มจึงมีความดีความชอบ
จึงได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น พระสุริยวงศาชนะสงครามรามภักดีวิริยะกรมพาหะ
เป็นผู้สร้างเมืองหล่มใหม่ขึ้นบริเวณบ้านท่ากกโพธิ์และเป็นเจ้าเมืองหล่มสัก ท่านแรก
เดิมเรียกเมืองหล่มใหม่หรือเมืองหล่มศักดิ์ ต่อจากนั้นมา ในช่วงปรับการปกครองใน
ระบอบเทศาภิบาลในสมัยรัชกาลที่ ๕ เมืองหล่มสักก็ได้รับการยกขึ้นเป็นจังหวัด
และขึ้นอยู่กับมณฑลอุดร และมณฑลพิษณุโลกต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๗ เกิดปัญหา
ทางเศรษฐกิจจังหวัดหล่มสักจึงได้ถูกโอนย้ายมาเป็นอำเภอหนึ่งของ จังหวัดเพชรบูรณ์

เมืองหล่มสักนั้นเป็นเมือง พิเศษคือมิได้เป็นเมืองที่พระมหากษัตริย์ทรงสร้างขึ้น
แต่หากเป็นเมืองที่ประชาชนชาวเมืองได้ร่วมกันก่อตั้ง เริ่มพัฒนาการจากจุดเล็ก ๆ
จนกลายเป็นเมืองใหญ่ในระดับหนึ่ง อาจจะเป็นเพราะสภาพภูมิประเทศอันอุดมสมบูรณ์
เหมาะแก่การเพาะปลูก และการทำมาหากินของชาวบ้าน และตลอดจนการค้าขาย
แลกเปลี่ยนสินค้าจึงทำให้เกิดเศรษฐกิจภายในชุมชนขึ้น ซึ่งอาจจะสังเกตได้ว่าเมือง
หล่มสักมีพัฒนาการค่อนข้างเรียบง่าย ผิดแปลกไปจากเมืองสำคัญ ๆ อื่น ๆ ที่เป็นเมือง
ที่ได้รับการสนับสนุนเร่งรัดจากสังคมรัฐและสังคมการปกครองชั้น สูงมากกว่าสังคมชาวบ้าน
ด้วยเหตุผลนี้จึงเป็นเหตุให้เกิดการศึกษาและวิจัยในเรื่องของความเป็นมาและ พัฒนาการ
ของเมืองหล่มสัก ดังที่กล่าวมาแล้วว่า เป็นเมืองที่มีประวัติและวิวัฒนาการมายาวนาน
หลายยุคหลายสมัยที่ศึกษาได้จาก โบราณสถานและโบราณวัตถุที่ยังคงเหลือน้อย
เต็มทีและจากตำนานท้องถิ่น

Cr.http://student.nu.ac.th/thanaporn/web2/%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%81/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%95%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%81.html

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s